อ่านละคร บุพเพสันนิวาส ตอนที่ 11 วันที่ 18 มี.ค.61

อ่านละคร บุพเพสันนิวาส ตอนที่ 11 วันที่ 18 มี.ค.61

จำปา ปริก จวงและจิกอยู่เรือนพักเตรียมอาหารไว้...ปริกบ่นว่าไปเที่ยวกันถึงไหนยังไม่กลับ จำปาบอกตนอยู่เรือนเหมือนกันจะรู้ได้อย่างไร ปริกสวนคนเป็นแม่ต้องรู้ว่าลูกไปไหน

“คำพูดเฉกเช่นคนไม่เคยมีลูก ไม่รู้ว่าลูกส่วนลูก แม่ส่วนแม่” จำปาตอกกลับ

จวงท้วงว่าปริกมีลูก จำปาแปลกใจไปแอบมีเมื่อไหร่ ปริกเอาหมากปาหัวจวงไม่ให้พูด แต่จิกกับจวงช่วยกันเล่าว่า ปริกเลี้ยงหมาเป็นลูก จำปาหัวเราะ ปริกหน้างอบอกว่าหมาซื่อสัตย์กว่าคน ตนยินดีมีลูกเป็นหมามากกว่าคน



ขุนศรีวิสารวาจากับการะเกดกลับมา สีหน้ายิ้มแย้ม ผินกับแย้มช่วยกันจัดสำรับตั้งโต๊ะ เกศสุรางค์เปรยว่าต่อไปจะซื้อช้อนส้อมไว้กินข้าว ท่านขุนสบตาลึกซึ้งน้ำเสียงอ่อนโยนว่าตามใจ แต่งงานกันแล้วตนให้เธอเป็นใหญ่ในบ้าน หญิงสาวสวนทันทีว่าไม่ต้องการเป็นใหญ่

“ไม่ต้องเป็นใหญ่หรอก...เพราะข้าจักไม่มีเล็กๆ ให้ออเจ้าเป็นใหญ่”

เกศสุรางค์ตาโพลงถามเขาหมายความว่าอย่างไร ท่านขุนไม่ตอบเปลี่ยนเรื่องไปเสียงั้นว่าบ่ายนี้จะพาไปเที่ยวพระปรางค์สามยอด หญิงสาวดีใจลืมเรื่องที่ซักถามทันที

ช่วงบ่ายเกศสุรางค์ยืนรอหน้าเรือนตื่นเต้นจะได้เห็นพระปรางค์สามยอด ขุนศรีวิสารวาจาเดินมาจับไหล่สองข้างจ้องตาถาม ยังอยากรู้เรื่องที่ตนพูดอยู่อีกไหม หญิงสาวส่ายหน้ารัว หันไปชวนผิน แย้ม และจ้อยไปเที่ยวกัน จ้อยส่ายหน้านิดๆมือจูงม้าตัวหนึ่งอยู่ ท่านขุนจึงบอก

“ม้านั่นข้าให้เตรียมไว้เอง หากเดินไปจักเหนื่อยนัก ละโว้นี้ไม่มีคูคลองให้เดินทางทางเรือมากมายเท่าอยุธยาดอกหนา” เกศสุรางค์บอกขี่ม้าไม่เป็น ผินกับแย้มก็ขี่ไม่เป็น “ผู้ใดบอกว่าจักให้พวกเอ็งไปด้วยเล่า ขี่ม้า ชมเมืองไปแค่สองคนก็พอ เอ็งก็เห็นแล้วว่ามีม้าตัวเดียว”

เกศสุรางค์เอะใจจะไปอย่างไร ทันใดท่านขุนรวบเอวเธออุ้มขึ้นนั่งบนหลังม้าแล้วเหยียบโกลนตามขึ้นนั่งคร่อม ผินกับแย้มวี้ดว้ายปิดตาเมื่อเห็นท่านขุนโอบเอวแม่นายของพวกเธอ

บนถนนทางไปพระปรางค์สามยอด ขุนศรีวิสารวาจาพาม้าเดินเหยาะๆ เกศสุรางค์นั่งตัวแข็งสีหน้าหวั่นไหวเพราะอยู่ใกล้ชิดเขามาก ใบหน้าเขาใกล้จนหายใจรดใบหู แต่ก็พยายามหาเรื่องสนทนา ถามเขาเห็นของที่พวกทูตเอามาถวายขุนหลวงหรือไม่ ท่านขุนยื่นหน้ามาใกล้แก้มตอบสั้นๆว่าเห็น ข้าวของแปลกตาขุนหลวงพอพระทัยมาก ด้วยความอยากรู้เกศสุรางค์หันขวับมาถามว่าของอะไรบ้าง พอรู้สึกว่าหน้าประชิดก็รีบหันกลับนั่งตัวตรง

ท่านขุนดึงเธอให้พิงมาที่อก “นั่งให้สบาย เพราะข้าวของมีหลายอย่างนัก กว่าจะฟังจบเจ้าก็จักเมื่อยเสียก่อน” เธอขืนตัวบอกไม่เมื่อย เขาเอ็ดว่า “เมื่อย...อย่าเถียง”

หญิงสาวถอนใจยอมพิงอกเขาแล้วถามว่าของมีอะไรบ้าง ท่านขุนบอกที่แน่ๆคือกล้องที่ใช้ส่องจนเห็นถึงดวงดาวที่อยู่แสนไกล...ผ่านไปสักพัก เกศสุรางค์ถามขึ้นอีก

“ท่านออกพระวิสุทธสุนทรจะไปเป็นทูต คุณพี่ว่าเหมาะสมหรือไม่คะ”

“เหมาะสมยิ่ง ท่านราชทูตเดอโชมองต์ยกย่องนับถือท่านออกพระเป็นอย่างดี”

“ก็ท่านงามสง่าเหลือเกิน พูดจาท่าทางดีมีปัญญาสูงส่ง หน้าตาก็ล้อ...หล่อมีเสน่ห์” ท่านขุนหยุดม้าทันที หลังเกศสุรางค์กระแทกอกท่านขุน เธอแปลกใจถามหยุดทำไม

“ใช่ท่านงามสง่า ท่านจึงมีเมียมากถึงยี่สิบสองคน” เกศสุรางค์ตกใจอยากเป็นลม ท่านขุนพูดน้ำเสียงปกติ “เรื่องธรรมดาตกใจไปไยกัน”

“ยี่สิบสอง โห...นึกภาพเมียแรกๆออกเลย ยี่สิบสองคน...กว่าจะวนลูปมาถึง”

“อะไรของออเจ้า ลูบ...อะไร”

เกศสุรางค์ถามต่อว่าเมียหนึ่งเมียสองของท่านพระวิสุทธฯรู้สึกอย่างไร ท่านขุนย้อนว่ามิรู้ มิใช่เมียท่าน หญิงสาวหัวเราะแอบพึมพำเบาๆ

“คิดว่าเป็นไม่ได้เร้อ...อยากให้ไปกรุงเทพฯจังเลย...หนาวแน่ท่านขุน”

ขุนศรีวิสารวาจาได้ยินไม่ถนัดคิดว่าเธอหนาว เกศสุรางค์รีบปฏิเสธ แต่เขาไม่เชื่อโอบกระชับอ้อมกอดเธอแน่นขึ้น เธอหมดปัญญาจะแก้ตัว...พอถึงพระปรางค์สามยอด เกศสุรางค์ทึ่ง

“งามเหลือเกินศิลปะขอมนะคะเนี่ย...พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ตั้งเกือบ 400 ปีมาแล้ว ศิลาแลงยังสมบูรณ์อยู่มากนะคะ...องค์กลางพระพุทธรูปปางนาคปรก องค์ทางขวาเป็นรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร องค์ทางซ้ายเป็นรูปนางปรัชญาปารมิตา ยอดปรางค์คล้ายฝักข้าวโพดมีกลีบขนุนงามที่สุด” ท่านขุนอึ้งจนต้องเรียกการะเกด ทำให้เกศสุรางค์หลุดจากภวังค์ ตั้งหลักแก้ตัวได้ทัน “คะ...อ๋อ ทำไมข้ารู้หรือเจ้าคะ ตอนเด็กๆข้ามีครูมาสอนหนังสือเขาเล่าให้ฟังค่ะ”

ท่านขุนเงิบไปเล็กน้อย...ระหว่างทางขี่ม้ากลับ เกศสุรางค์ถามขึ้นว่า ที่คนเขาว่าตนเป็นหญิงวิปลาส เขาไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือ ที่ต้องมาเป็นคู่หมั้นกับคนวิปลาส ท่านขุนตอบขำๆ

“กระนั้นฤา...ข้าเองคงวิปลาสไม่แพ้ออเจ้ากระมัง”

“โธ่เอ๊ยคุณพี่ คุณพี่ต้องบอกว่าข้าไม่บ้าสิเจ้าคะ”

“ออเจ้าเคยบอกข้าเองว่า ผู้ใดจักว่ายังไรก็ช่างเขา เรารู้ตัวของเรา ข้าเองคิดตามออเจ้าอย่างนั้นแล้ว ถ้าออเจ้าบ้า ข้าก็ขอเป็นบ้าด้วย”

เกศสุรางค์ซาบซึ้งหันมามอง ใบหน้าชิดใกล้สบตากันลึกซึ้ง สักพักเธอหันกลับ เอนกายพิงอกท่านขุน เขาตระกองกอดสูดกลิ่นหอมจากเส้นผมของเธอ บังคับม้าเดินเหยาะอิ่มเอมใจ

ooooooo

วันต่อมาที่เรือนพักละโว้ ปริกหน้าง้ำด้วยไม่ได้ไปเที่ยวกับใครๆเขา จำปาเย้าว่าจะไปทำไม วัดที่อยุธยาสวยกว่าเป็นไหนๆ...ด้านขุนศรีวิสาร-วาจาพาเกศสุรางค์ ผิน แย้ม จิก จวง จ้อย และบ่าวอีกสองสามคน เดินชมกำแพงพระราชวังพร้อมสาธยาย

“ตัวพระราชวังมีสามชั้น ที่เราเห็นยอดแหลมทรงมณฑปอยู่นั่นเป็นชั้นนอก พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาทเป็นท้องพระโรง มีสีหบัญชรเสด็จออกรับแขกบ้านแขกเมือง...พระราชฐานชั้นกลาง พระที่นั่งจันทรพิศาล เป็นที่ว่าราชการงานเมือง ต่อไปโน่น... ไกลๆพระที่นั่งสุทธาสวรรย์ เป็นที่ประทับของฝ่ายใน”

“อยากเห็นตึกพระเจ้าเหาค่ะ” เกศสุรางค์แทรกขึ้น

ท่านขุนพาทุกคนเดินต่อมา “ตึกพระเจ้าเหาสร้างแบบฝรั่งเต็มที่ ใช้ต้อนรับแขกเมือง ส่วนใหญ่เป็นคนต่างประเทศ”

เกศสุรางค์ฟังมองความงามอย่างประทับใจ ขากลับเธอขอแวะเยี่ยมมารีเพื่อร่ำลา...พอมาถึง ฟอลคอน กำลังจะออกไปข้างนอก แต่พอเห็นขุนศรีวิสารวาจามาด้วยก็เปลี่ยนใจอ้างว่าต้องอยู่ต้อนรับ เกศสุรางค์แอบกระซิบกับท่านขุนว่า...ฝรั่งกลับลำ ท่านขุน

ทำหน้าเคร่งขรึมเพราะรู้ว่าฟอลคอนคิดอย่างไร ยิ่งพอมารีรู้ว่าทั้งสองมาลาก็รู้สึกเสียใจ ฟอลคอนเห็นสายตาและสีหน้าภรรยาก็รู้ว่าอาลัยอาวรณ์ท่านขุนจึงจ้องมองเขม็ง

เกศสุรางค์เกรงจะมีปัญหารีบดึงขุนศรีวิสารวาจากลับ...มารีถูกฟอลคอนตัดพ้อรุนแรงถึงขั้นจะตบตี แต่เธอก็เชิดหน้าสู้ไม่หลบหนี ทำให้เขาโกรธมากขึ้น ปึงปังออกไปจากบ้าน

เกศสุรางค์หวั่นใจกลัวมารีโดนฟอลคอนทำร้าย ขุนศรีวิสารวาจากลับบอกว่าเป็นเรื่องปกติที่ผัวจะลงมือกับเมีย เธอโวยว่าไม่ได้...คนเหมือนกันเท่าเทียมกัน ท่านขุนว่าพูดประหลาด ผู้หญิงต้องอยู่ในอารักขาของผู้ชาย ผู้ชายคุ้มครองคุ้มหัวผู้หญิง จะเท่ากันได้อย่างไร หญิงสาวส่ายหน้ารับไม่ได้ ถ้าเป็นตนต้องตายกันไปข้างหนึ่ง ผิน แย้ม จิก และจวงได้ยินหน้าเหวอตามกัน

ท่านขุนเอ็ด “เรียบร้อยเป็นฤาไม่ วาจาช่างระคายหูนัก หากออเจ้าดื้อดึงจักมิให้ลงไม้ลงมือบ้างดอกฤา อย่างน้อยก็ต้องจับตีสักทีสองทีให้หายดื้อ แลต้องขังไว้แต่ในเรือนมิให้ไปเที่ยวที่ใดสักพักถึงจักดี”

“จักดีไปคนเดียวเถิดเจ้าค่ะ” เกศสุรางค์สะบัดหน้าเดินหนีอย่างไม่สบอารมณ์

ท่านขุนรีบเดินตาม ผินกับแย้มยิ้มชอบใจ จวงอยากยิ้มแต่ฝืนไว้ จิกรู้ว่าจวงเป็นพวกปริก

ooooooo

อ่านละคร บุพเพสันนิวาส ตอนที่ 11 วันที่ 18 มี.ค.61

ละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส บทประพันธ์โดย รอมแพง
ละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส บทโทรทัศน์โดย ศัลยา
ละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส กำกับการแสดงโดย ภวัต พนังคศิริ
ละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ