อ่านละครเรื่อง สายธารหัวใจ ตอนที่ 3 วันที่ 23 ต.ค.60

อ่านละครเรื่อง สายธารหัวใจ ตอนที่ 3 วันที่ 23 ต.ค.60

“คุณไม่จำเป็นต้องมาแก้ตัวกับฉันหรอก เพราะฉันไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับคุณ นอกจากเป็นแค่ลูกน้องและไม่ได้สายตรงด้วย จึงไม่จำเป็นต้องรู้จักชีวิตส่วนตัวคุณ การที่ฉันจะมองคุณในแง่ร้าย มันก็ไม่ได้มีผลอะไรกับคุณ เพราะฉะนั้นช่างมันเถอะ จบไหม”

ณรังค์ขำถามเหนื่อยไหม หญิงสาวเผลอรับคำ เขาจึงพ่นไฟใส่บ้าง “งั้นไม่ต้องพูด ฟัง...ผมก็ไม่ได้อยากให้คุณมารู้จักชีวิตผม แต่หลังจากนี้ไปคุณต้องทำงานกับผม ถ้าเราเข้าใจไม่ตรงกัน มันย่อมมีปัญหากับการทำงาน ซึ่งผมไม่ชอบร่วมงานกับคนที่มีทัศนคติบิดเบี้ยว แล้วพาลไม่ให้ความเคารพผม และอาจทำให้ผมต้องคุยกับอ๋องว่าเรามีปัญหา และอาจทำให้คุณถูกไล่ออก”

สิริกันยาไม่พอใจ หาว่าเขาจะบีบให้อ๋องไล่ตนออก ณรังค์มองตาแล้วถามอยากระเบิดอะไรออกมาก็ได้ จะได้คุยกับอ๋องทีเดียว หญิงสาวอ่อนลงเปลี่ยนท่าที ตนต้องทำงานแบบมืออาชีพ เรื่องความรู้สึกส่วนตัวต้องเก็บไว้...ระหว่างนั้นปฐวีเดินมาเห็นทั้งสองคุยกันสนิทสนมก็ปราดเข้าเล่นงานไม่ฟังคำอธิบาย กระชากกระเช้าในมือ สิริกันยาเหวี่ยงลงพื้น ตวาดเสียงกร้าว



“ไม่จำเป็นต้องรับของจากมัน พวกคนชั้นต่ำ! ไม่ต้องมาเสแสร้ง กลับไป!”

“ไร้มารยาทแบบนี้...สูงหรือต่ำล่ะ” สิริกันยาโกรธมองหัวจดเท้าบ้าง

ปฐวีเชิดใส่บอกสูงหรือต่ำไม่สน แต่ตนเหยียบพวกเธอได้ สิริกันยากำหมัดแน่น ณรังค์กลัวจะมีเรื่องรีบจับมือเธอไว้ ปฐวีเห็นยิ่งโกรธ คว้ามือณรังค์จะเดินไปไม่วายสำทับสิริกันยา

“ไปบอกนายของแก ถ้าจะมาเยี่ยมท่านพ่อ อย่าดูถูกกันด้วยการส่งเลขาหน้าโง่มาเยี่ยม ควรจะมาด้วยตัวเอง...ไปได้แล้วณะ”

ณรังค์มองสิริกันยาด้วยสายตาขอโทษ แต่เธอโกรธจนหน้ามืดพึมพำไล่หลังว่าเขาตามต้อยๆไม่กล้าหือ อยากจะด่ามากกว่านี้ต้องระงับไว้ ก้มเก็บกระเช้าที่หกเกลื่อนในห้องพักฟื้น ประคองกำลังปอกผลไม้อยู่มุมหนึ่ง ปฐวีเดินเข้ามาไหว้แม้นเทพที่นอนอยู่บนเตียง ณรังค์เดินตามมาเข้าไปยืนข้างประคอง ท่านชายเอื้อนเอ่ยมาได้แล้วหรือ ตนยังไม่ตายยังอยู่อีกนาน คุณหญิงขอประทานอภัยที่ทำให้ไม่สบายใจจนประชวร ท่านชายหลงดีใจ

“ดีแล้วที่คิดได้ สิ่งที่พ่อตัดสินใจ ทุกคนมีแต่ได้กับได้ ไม่มีใครเสีย”

“หญิงทราบดีเพคะ เข้าเรื่องเลยแล้วกัน...หญิงจะยอมแต่งงานกับคุณเกียรติศักดิ์ ภายใต้เงื่อนไขสองข้อ ซึ่งหญิงได้ตกลงกับคุณเกียรติศักดิ์เรียบร้อยแล้ว”

“ว่าไงหญิงวี ตกลงอะไรกับเกียรติศักดิ์”

ปฐวีร่ายข้อตกลงให้ฟังว่า ตนจะแต่งงานหลังท่านพ่อหายประชวร ระหว่างนี้เกียรติศักดิ์จะดำเนินการซ่อมแซมวังจงสวัสดิ์ให้สง่างามดังเดิม ท่านชายแปลกใจคนอย่างนั้นยอมทำหรือ

“ค่ะ เพราะหญิงจะขอวังจงสวัสดิ์จากท่านพ่อเป็นเรือนหอของหญิง” ปฐวียิ้มกริ่มปรายตามองประคองที่หน้าเสีย “ตกใจอะไรเหรอประคอง”

ผู้ต่ำศักดิ์กว่าปฏิเสธไม่ได้เป็นอะไร ปฐวียิ้มเหยียดดักคอไม่อยากให้ตนได้วังหรือ แล้วย้ำว่าถ้าท่านพ่อไม่ยกวังให้ ตนก็จะไม่แต่งงาน ทันใดแม้นเทพมีอาการแน่นหน้าอก เสียงเครื่องหัวใจดังเตือน ณรังค์ตกใจรีบกดปุ่มเรียกพยาบาล ประคองต่อว่าคุณหญิงใจร้ายจะฆ่าท่าน

“มันก็ยุติธรรมดีแล้ว กับที่ท่านพ่อฆ่าฉันให้ตายทั้งเป็น” ปฐวีตอบโต้ไม่สำนึก

ณรังค์ไล่ปฐวีให้กลับไปอย่างไม่เกรงใจ หมอ พยาบาลกรูเข้ามาดูอาการแม้นเทพ ปฐวีมองหน้าซีดแต่ด้วยความทิฐิก็เชิดหน้าเดินออกไป

ooooooo

ณรังค์ตามออกมาจากห้องพักฟื้นแม้นเทพ เพื่อต่อว่าปฐวีที่ทำให้ท่านชายอาการทรุดเกือบสิ้น คุณหญิงกลับสวนว่า เคยบอกแล้วว่าจะทำในสิ่งที่ต้องการ ฉะนั้นใครเป็นอย่างไรไม่แคร์ ตอนนี้ท่านพ่อพ้นขีดอันตรายแล้ว ตนจะไปรอฟังคำตอบที่วัง ณรังค์หน่ายใจ

พลันสิริกันยาถือกระเช้าอันใหม่เดินมา ปฐวีตาวาวด่าว่าหน้าด้านตั้งแต่หัวยันหาง ยังจะกลับมาอีก หญิงสาวผู้ถือกระเช้ายิ้มยั่ว ตนต้องทำหน้าที่ให้สำเร็จ แล้วย้อนว่าแยกแยะความแตกต่างระหว่างคนกับสัตว์ไม่ออกหรือ ปฐวีปรี๊ดถลาจะเข้าทำร้าย ณรังค์ต้องรั้งไว้ มองหน้าสิริกันยาเห็นยิ้มยั่วก็ส่ายหน้าระอา ดึงตัวปฐวี ออกไป สิริกันยาตะโกนบอกจะรอเจ้านายอยู่ตรงนี้

มาถึงที่รถ ณรังค์ถือวิสาสะค้นกระเป๋าปฐวีหยิบกุญแจรถออกมากดเปิดประตู ดันเธอเข้าไปไม่สนใจว่าเธอจะทุบตีด่าว่าเขาอย่างไร จนกระทั่งเธอเหนื่อยยอมนั่งในรถ เขาย้ำให้กลับวังไปอยู่กับตัวเองแล้วตั้งสติให้ดี หญิงสาวโกรธเสียงแข็งอย่ามาสั่ง เขาสวน

“งั้นก็ไม่ต้องเชื่อ ถ้าอยากให้ชีวิตตัวเองพัง!” พอเห็นคุณหญิงเย็นลงก็เอาน้ำเย็นเข้าลูบ “ฟังผมสักนิดเถอะ เลิกประชด เลิกเอาชนะ เลิกทำร้ายตัวเอง”

“หญิงไม่ได้ทำร้ายตัวเอง ท่านพ่อต่างหากที่ทำร้ายหญิง หญิงกำลังจะเอาคืน! เอาคืนทุกคนที่ทำให้หญิงเจ็บ” พูดจบปฐวีปิดประตูรถ สตาร์ตเครื่องขับออกไป ณรังค์มองตามอย่างกังวล

พอมาถึงหน้าโรงพยาบาล ปฐวีจอดรถระเบิดเสียงกรี๊ดลั่นรถ ร้องไห้ด้วยความทุกข์ทรมานใจ ปล่อยให้อคติอยู่เหนือสติอีกตามเคย...

ด้านสิริกันยานั่งรอณรังค์อยู่หน้าห้องแม้นเทพ ประคองออกมาเจอ หญิงสาวยกมือไหว้เข้าใจว่าเป็นหม่อมของท่านชายและรายงานว่า ตนเป็นตัวแทนเจ้านายหุ้นส่วนโรงแรมท่านชายนำกระเช้ามาเยี่ยม ประคองจึงบอกว่าท่านบรรทมอยู่แล้วถามว่าเจอณรังค์หรือยัง

“เจอแล้วค่ะ หนูรอเขาอยู่ บอกว่าเดี๋ยวจะกลับมา” พอประคองถามว่าเขาไปไหนก็พลั้งปาก “ปราบมารอยู่ค่ะ...อุ๊ย! เอ่อ ไปทำธุระค่ะ”

ประคองรู้สึกได้ว่าหญิงผู้นี้มีความสนิทสนมกับณรังค์พอสมควร จึงมองอย่างพิจารณาก่อนจะกลับเข้าห้อง สักพักณรังค์เดินกลับมา สิริกันยายื่นกระเช้าให้พร้อมบอกว่า เมื่อครู่ได้คุยกับหม่อมของท่านชายแล้ว ณรังค์ชะงักทำหน้างง หญิงสาวชักสงสัยแกมหมั่นไส้

“ก็หม่อมที่แปลว่าภรรยา ไม่ถูกเหรอ ท่านเดินออกมาจากในห้อง มาถามหาคุณ หรือว่าไม่ใช่”

“ภรรยาน่ะใช่ แต่ไม่ใช่หม่อม” สิริกันยางงขอให้ช่วยอธิบาย เขาเอ็ดไม่ใช่เรื่องของเธอ

“ค่ะ ขอโทษค่ะ ที่อยากรู้เรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของฉัน แย่จัง”

ณรังค์จับน้ำเสียงประชดได้ดึงกระเช้ามาพร้อมบ่น “ทำไมผู้หญิงชอบประชด รู้ตัวไหมว่ามันไม่เคยให้ผลดีกับใครทั้งนั้น...ขอบใจ กลับไปทำงานได้แล้ว”

สิริกันยาหน้าเสียบ่นอุบ เป็นเจ้านายเหวี่ยงได้ ลูกน้องทำบ้างขู่จะไล่ออก ไม่แฟร์เลย...

ณรังค์เข้ามาในห้องวางกระเช้าลงมองคนที่ตนเรียกว่าแม่ นั่งเฝ้าท่านชายซึ่งนอนหลับ จดๆจ้องๆอยากจะจับมือแต่ไม่กล้า พอรู้สึกตัวว่าเขาเข้ามาก็ถามถึงสิริกันยากลับแล้วหรือ ชมว่าน่ารัก

“ยังเด็กมาก ยังไม่รู้เลยว่าทำงานจะเป็นยังไงบ้าง คงต้องสอนกันหนัก” ณรังค์เปรย

“ท่าทางณะจะเป็นเจ้านายที่ดีนะ ให้โอกาสคน”

เพราะเห็นว่าเป็นคนไม่ยอมแพ้กับอะไรง่ายๆ อีกอย่างที่บ้านค่อนข้างลำบาก ผมเข้าใจความรู้สึกนี้นะ ขอแค่โอกาสสักครั้ง จะไม่ยอมปล่อยให้มันหลุดมือไป”

ประคองพยักหน้าชมว่าดี ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่มากกว่าการให้ ณรังค์ยกความดีให้ประคองเพราะเป็นคนสอน ตนจำได้ไม่ลืม ประคองพูดกระทบไปถึงปฐวีหวังให้

ณรังค์จัดการ ว่าใจดำทำร้ายพ่อตัวเอง จะมีใครที่ทำให้เธอได้สติ ณรังค์เองก็คิดไว้แล้วจะต้องจัดการเตือนเธอให้ได้

ช่วงเวลานั้นสิริกันยาเดินเร็วออกจากโรงพยาบาลจะรีบกลับไปทำงาน ปฐวีซึ่งร้องไห้จนสาแก่ใจเงยหน้ามาเห็นสิริกันยาเดินอยู่ริมถนน ก็เกิดความเคียดแค้น ขับรถ พุ่งเข้าเฉี่ยวเธอล้มกลิ้ง สิริกันยาตั้งสติมองเลขทะเบียนรถด้วยความเจ็บใจที่เฉี่ยวแล้วหนีไม่มาดูดำดูดี พลเมืองดีช่วยประคองกลับเข้าไปในโรงพยาบาล

ณรังค์เดินอยู่ในโรงพยาบาล ละมุลฟังประคองโทร.มาเล่าเรื่องทั้งหมด ก็รีบโทร.กลับมาถามอาการแม้นเทพกับณรังค์ และถามถึงเรื่องที่ปฐวีจะใช้วังเป็นเรือนหอ ถ้าเป็นอย่างนั้นเธอจะย้ายออก ณรังค์ขอให้ฟังจากปากท่านชายให้แน่นอนก่อนและขอร้องให้ช่วย

“อยู่กับพี่ อยู่ด้วยกันต่อไป เป็นทางออกทางเดียวของเรื่องนี้”

“ทางออก ยังไงคะ”

“ละมุลใช้วิธีไหนแก้ความเอาแต่ใจของเด็กนักเรียน”

“เขาจะต้องเรียนรู้และยอมรับการถูกปฏิเสธบ้าง”

ณรังค์บอกนั่นแหละที่จะใช้กับปฐวี แต่ละมุลเกรงจะไม่ได้ผล ผู้เป็นพี่ขอร้องให้ช่วยกัน เพราะตนไม่มี ใครนอกจากประคองและเธอ ละมุลรู้สึกมีกำลังใจขึ้น พูดพร้อมรอยยิ้มว่า ต่อไปเขาอยู่ที่ไหน ตนก็จะอยู่ที่นั่นจะไม่หนีไปไหน...สวัสดิ์เดินมาเห็นรอยยิ้มและพวงแก้มแดงของละมุลหลังจากวางสายก็ชะงัก รู้สึกว่าเธอมีใครในหัวใจ

ooooooo

เจ้าหน้าที่เข็นรถเข็นให้สิริกันยาที่เข้าเฝือกอ่อนข้อเท้าแพลงออกมาจะไปเรียกแท็กซี่ เธอ โทร.รายงานอ๋องว่ากำลังกลับไปทำงานไม่ต้องลา เจ็บนิดหน่อยเท่านั้น พอวางสายก็บ่นอุบว่าที่นี่ใช้ประกันสังคมไม่ได้ ต้องเสียเงินซึ่งมีเพียงน้อยนิด

ณรังค์เดินมาเห็นเข้าถามไถ่ สิริกันยาเผลอเหวี่ยงวีนว่าแค่โดนรถเฉี่ยวจะไม่ทำให้เสียงาน กำลังจะกลับไปที่โรงแรม ชายหนุ่มหมั่นไส้บอกเจ้าหน้าที่ว่าจะจัดการเอง แล้วเข็นพาเธอไปที่รถตนที่จอดอยู่ หญิงสาวร้องโวยวายให้หยุด ไม่ต้องการไปกับเขาเพราะไม่อยากนั่งอึดอัด ณรังค์อึ้งนึกฉุนที่เธอไม่เก็บความรู้สึกบ้าง สิริกันยาพยายามอธิบายน้ำเสียงแกมประชด

“คุณเจ้านายบอกฉันว่า ต่อไปนี้เราจะดีลกันแต่เรื่องงานอย่างตรงไปตรงมา คุณถามฉันก็ตอบอย่างตรงไปตรงมา อย่าของขึ้นสิคะ ฉันไม่ได้แสดงถึงความไม่มืออาชีพเลยนะ ฉันไม่ได้ใช้อารมณ์ ไม่ได้เหวี่ยง ไม่ได้ประชดเลย”

“โกรธผมเหรอ”

หญิงสาวส่ายหน้า ยกมือไหว้ลาแล้วโขยกเขยกจะเดินไป ณรังค์หมั่นไส้ความรั้นและช่างประชดของเธอ ตัดสินใจตามไปขวางหน้า เธอผงะถามมีอะไรอีก น้ำเสียงเขาเฉียบขาด

“คุณไม่ได้ใช้อารมณ์ แต่คุณไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้านาย บอกว่าให้ขึ้นรถก็ไม่ขึ้น ถือว่าบกพร่องต่อหน้าที่ ผมจะไล่คุณออก...เอาไง จะอยู่หรือจะไป”

“ไป!” สิริกันยาตอบทันควันเพราะยังอยากทำงาน รีบเขยกไปขึ้นรถ ณรังค์มองตามขำๆ

สิริกันยาอึ้งเมื่อเห็นณรังค์เปิดประตูรถให้ รู้สึกแปลกๆกับความเป็นสุภาพบุรุษของเขา พอขึ้นนั่ง ณรังค์สั่งให้ล็อกประตูรถแล้วเดินเร็วออกไป หญิงสาวงงร้องถามไปไหนเขาก็ไม่ตอบ ต้องง่วนกับการหาปุ่มล็อกประตูรถจ้าละหวั่น

ด้านอ๋องกระวนกระวายเป็นห่วงสิริกันยาจนสุนันทาจับความรู้สึกได้ เตือนลูกอย่าเพิ่งใจเร็ว อยากให้รู้จักวางตัวเป็นเจ้านาย ถ้าแสดงออกมากผิดหวังแล้วจะมองหน้ากันไม่ติด อ๋องรับคำจะไม่ให้สิริกันยารู้ว่าตนรู้สึกอย่างไร จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอรู้สึกเหมือนตน

“ดีแล้ว แม่ดีใจที่อ๋องเลือกเป็น ไม่ได้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวเหมือนที่ผ่านมา ผู้หญิงที่เหมือนไฟ ไม่ใช่น้ำ อยู่ใกล้ก็มีแต่ความทุกข์”

ทันใดปฐวีเปิดประตูห้องทำงานเข้ามาอย่างไร้มารยาท มองสองแม่ลูกด้วยสายตาเหยียดหยาม สุนันทาลุกขึ้นเผชิญหน้าติงไม่คิดจะเคาะประตูสักหน่อยหรือ เธอย้อนว่าไม่จำเป็นเพราะที่นี่ตนเข้านอกออกในห้องไหนก็ได้ สาวสูงวัยย้อนถามว่าในฐานะอะไร

“โง่จริงหรือแกล้งโง่”

“ไม่ได้โง่ค่ะ แค่ย้อนถามเผื่อคุณหญิงจะลืม ว่าตามหลักการและมารยาทแล้ว นี่คือส่วนของออฟฟิศ เป็นที่ทำงาน ถ้าใครไม่ได้ทำงาน ก็ไม่ควรเพ่นพ่านไปทั่ว ก็เลยถามว่าเข้ามาในฐานะอะไร” สุนันทาย้อนด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เจ็บแสบ อ๋องยกนิ้วชื่นชมให้

ปฐวีโกรธที่ถูกหลอกด่า หาว่านั่นเป็นหลักการของเธอ แต่หลักการของตน ตนเป็นลูกสาวท่านชาย
แม้นเทพ หุ้นส่วนใหญ่ที่นี่ ตนมีสิทธิ์ อ๋องแทรกว่าเถียงข้างๆคูๆบอกแม่อย่าเสียเวลาคุยด้วย ปฐวีตอกกลับว่าเขาเป็นลูกแหง่อยู่ใต้กระโปรงแม่อย่าทำปากดี อ๋องโกรธ

“คุณหญิง อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจ”

“ก็ไม่ต้องเกรงใจ เพราะฉันก็ไม่คิดจะเกรงใจพวกคุณเหมือนกัน”

“คุณหญิงต้องการอะไรพูดมาเลยดีกว่า เวลาของฉันมีค่าไม่ได้ว่างงาน” สุนันทาตัดบท

“ต้องการการให้เกียรติ ท่านพ่อฉันมีเกียรติมากกว่านังเลขาของเธอ อยากจะแสดงน้ำใจก็ควรไปด้วยตัวเอง ตามหลักการและมารยาทของผู้ดี ที่เธอคงไม่เข้าใจ” พูดจบปฐวีกลับออกไป

สุนันทาอึ้งกุมขมับ อ๋องนึกเจ็บใจกับความแรงของคุณหญิง ไม่เข้าใจว่าทำไมดูเธอเกลียดชังสิริกันยามาก สุนันทารู้ดีบอกลูกไว้จะเล่าให้ฟัง แต่ตอนนี้ต้องเตือนสิริกันยาให้รู้ตัวจะได้คอยเลี่ยง เพราะถ้าไม่ห่วงเรื่องงาน ก็จะปล่อยให้สิริกันยาจัดการให้เข็ด พอดีใจดีโทร.เข้ามา สุนันทาจึงบอกว่ากำลังจะกลับเข้าออฟฟิศ...สองแม่ลูกพากันเดินไปที่ลานจอดรถ

ณรังค์กลับมาหาสิริกันยาพร้อมรองเท้าแตะให้เธอเปลี่ยน แม้หญิงสาวจะประทับใจที่เขาอุตส่าห์ไปซื้อมาให้ แต่อดทิฐิไม่ได้ไม่ยอมรับ พอถูกขู่จะไล่ออกจำต้องยอมถึงโรงแรม ณรังค์เตือน “รักชอบเกลียดชัง ก็เก็บไว้ในใจ ยิ่งเปิดเผยจะยิ่งพลาด จำไว้”

“จะพยายามค่ะ แต่...เฉพาะเรื่องงานนะคะ ขอบคุณมากที่เตือนสติ และขอบคุณที่กรุณาให้ติดรถมาด้วย ขอบคุณอีกครั้งสำหรับรองเท้าแตะที่พอดีเท้าคู่นี้”

สิริกันยาลงจากรถถือส้นสูงกับกระเป๋าของตัวเองทุลักทุเล พยายามรีบเดินให้พ้น แต่ด้วยข้อเท้าที่แพลงทำให้เจ็บทรุดลง

ณรังค์เข้าประคอง หญิงสาวรู้สึกว่าแนบชิดเขามากเกินไปใจเต้นแรงก็แปลกใจตัวเอง ปฐวีเดินมาเห็นภาพบาดตา ตาลุกวาวด้วยความโกรธ

ณรังค์ให้สิริกันยาหยุดงาน แต่เธอปฏิเสธเบี่ยงตัวเดินต่อ ณรังค์คอยระวังหลัง ทันใดรถปฐวีวิ่งมาอย่างเร็วและเบรกเอี๊ยดตรงหน้าห่างแค่คืบ ทั้งสองตกใจ สิริกันยาจำทะเบียนรถได้โวยทันทีว่าเป็นรถที่ขับรถเฉี่ยวที่โรงพยาบาล ปฐวีลงมายักไหล่หาว่าไม่มีหลักฐาน

“ฉันไม่มีหลักฐานเอาผิดทางกฎหมายได้ก็จริง แต่...ไม่มีทางที่ฉันจะปล่อยให้คุณลอยนวลแน่” สิริกันยาเข่นเขี้ยว

“กระจอกอย่างเธอจะทำอะไรฉันได้”

สิริกันยาเจ็บใจ ณรังค์ไม่อยากให้มีเรื่องประคองเธอจะพาเดินเข้าออฟฟิศ ปฐวีปัดมือเขาออกบอกอย่าตกหลุมมัน ชายหนุ่มไม่เข้าใจหลุมอะไร ปฐวีชี้หน้าสิริกันยา

“เตือนไว้ก่อนนะณะ นังนี่มันเป็นผู้หญิงประเภทใช้เต้าไต่ ใช้ทางลัด เจ็บเพราะตัวเองเซ่อซ่าเองแค่
ไม่เท่าไหร่ แต่สำออยเรียกร้องความสงสาร สันดานต่ำแต่หัวสูง”

“พูดออกมาแต่ละคำ ต่ำกว่าสันดานฉันอีกนะ...” สิริกันยาสุดทนสวนกลับ แล้วต้องชะงักเมื่อสุนันทาเข้ามาปราม และให้ขอโทษปฐวี

ทุกคนแปลกใจ ปฐวีเชิดหน้าสะใจ สุนันทาย้ำว่าเป็นคำสั่งหรือจะให้ไล่ออก สิริกันยากำหมัดแน่นก่อนจะคลายออกเปลี่ยนเป็นพนมมือกล่าวขอโทษ ปฐวีสวนเสียงกร้าวให้กราบเท้าเพราะยังติดค้างกันอยู่ สุนันทาสบตาลูกน้องสาวอย่างสงสารหาทางช่วย ย้อนถามคุณหญิง

“ถ้ากราบแล้ว จะเลิกยุ่งกับคนของดิฉันไหมล่ะคะ”

“ก็ไม่รู้สิ ดูอารมณ์ก่อน”

“ถ้าอย่างนั้น ไม่ต้องกราบ” ปฐวีมองหน้า สุนันทาพูดต่อ “และถ้าคุณหญิงไม่อยากจะให้คนของดิฉันสร้างปัญหาให้คุณหญิงอีก ก็ขอให้ล้มเลิกความตั้งใจ ถ้าสิริกันยายอมกราบ คุณหญิงเองก็จะไม่มีทางอยู่เป็นสุขแน่นับจากนี้ ทั้งจากตัวของสิริกันยาเองและดิฉัน...เลือกเอา”

สิริกันยารู้สึกนับถือเจ้านายมากขึ้น สุนันทาตัดบทกล่าวขอโทษปฐวี สัญญาจะไม่ปฏิบัติต่อเธออย่างไม่ให้เกียรติอีก และขอให้เธอปฏิบัติต่อพวกตนอย่างให้เกียรติด้วย ไม่อย่างนั้นตนจะไม่อยู่เฉยเป็นแค่หุ้นส่วน แต่จะใช้ทุกวิธีเป็นเจ้าของทั้งหมดของจงสวัสดิ์ ซึ่งตนทำได้แน่ถ้าจะลอง ปฐวีหน้าเสียไม่คิดว่าตัวเองจะเพลี่ยงพล้ำขนาดนี้ ฉุนเฉียวเดินกลับขึ้นรถขับออกไป

สิริกันยายกมือไหว้ขอบคุณสุนันทาด้วยใจจริง แต่ไม่เข้าใจทำไมต้องให้ตนขอโทษทั้งที่ไม่ผิด แถมปฐวี ทำร้ายตนและยังหาเรื่องด่า สุนันทาสวนว่าผิด ณรังค์หลุดขำก่อนฟังคำอธิบาย

“ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยน ที่นี่คือที่ทำงานและคุณหญิงก็กลายมาเป็นลูกสาวหุ้นส่วนฉัน ทำอะไรต้องรักษาหน้าฉันด้วย อีกอย่างถ้าเธอไม่ขอโทษ คุณหญิงก็จะมีเหตุให้ตามราวีเธออีกไม่จบ อย่าเปิดเผยช่องโหว่ให้ศัตรูเห็น เพื่อจะใช้เป็นเหตุผลมาทำร้ายเราทีหลัง”

สิริกันยาไม่รู้จะทำตัวอย่างไร สุนันทาแนะนำให้เลี่ยงอย่าต่อปากต่อคำ อดทนมากเท่าไหร่ก็จะเป็นผลดีกับตัวเอง หญิงสาวรับคำ สุนันทาหันไปฝากฝังณรังค์ดูแลอ๋องกับเลขาใหม่ เพราะตนคงไม่ได้เข้ามาที่นี่บ่อย สิริกันยาถามทันทีทำไมมั่นใจว่าณรังค์จะดูแลตนกับอ๋องได้

“คนที่จะรับมือกับจงสวัสดิ์ทุกคนได้ และหาทางออกที่สวยงามให้กับปัญหาที่ท่านชายแก้ไม่ตกได้... ไม่ใช่ธรรมดานะสิริกันยา” ณรังค์ยิ้มเย้ย สิริกันยาถลึงตายังไม่ยอมรับ สุนันทาสำทับ “ฉันสั่งให้เธอกลับไปพักที่บ้าน วันนี้ไม่ต้องทำงาน พรุ่งนี้ค่อยมา ไม่ต้องมาทำขยันในสภาพนี้ ไปรักษาตัวเองก่อน คนไม่ใช่เครื่องจักร ไม่มีใครว่าเธอหรอก” พูดจบสุนันทาเดินไป

ณรังค์ย้ำให้กลับบ้าน สิริกันยาสวนไม่เกี่ยวอะไรกับเขา ณรังค์เสียงเข้มเตือนว่าบอสเพิ่งพูดหยกๆให้ตนดูแล หรือถูกด่าจนความจำเสื่อม หญิงสาวปรี๊ดแต่ไม่กล้าเถียงอีก...

อ่านละครเรื่อง สายธารหัวใจ ตอนที่ 3 วันที่ 23 ต.ค.60

ละครเรื่อง สายธารหัวใจ บทประพันธ์โดย วาสนา
ละครเรื่อง สายธารหัวใจ บทโทรทัศน์โดย คนเขียนเงา
ละครเรื่อง สายธารหัวใจ กำกับการแสดงโดย ชนะ คราประยูร
ละครเรื่อง สายธารหัวใจ ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ กรุ๊ป จำกัด
ละครเรื่อง สายธารหัวใจ ควบคุมการผลิตโดย ณัฐพงศ์ เหมือนประสิทธิเวช
ละครเรื่อง สายธารหัวใจ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางช่อง 33 HD
ที่มา ไทยรัฐ